เอกชนพยายามผลักดันให้การเดินทางเข้าประเทศง่ายขึ้น

รายได้จากธุรกิจการท่องเที่ยวจะได้กลับมาบ้าง

6

การผลักดันให้ธุรกิจท่องเที่ยว และโรงแรมกลับมามีรายได้เพิ่มขึ้นจากช่วง 2 ปีกว่าที่ผ่านมา

จำเป็นต้องให้รัฐบาลผ่อนปรนมาตรการต่างๆ และลดความเข้มข้นในการตรวจสอบคนต่างชาติลง

ซึ่งผู้ประกอบการธุรกิจการท่องเที่ยวพยายามผลักดันมาโยตลอด

ล่าสุด ยังคงต้องลุ้นให้การประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 หรือ ศบค. ชุดใหญ่ยอมรับมาตรการการเฝ้าระวังและจัดการผู้เดินทางจากต่างประเทศ 

โดยตามแผนของคณะกรรมการโรคติดต่อแห่งชาติจะดำเนินการการรับชาวต่างชาติเข้าประเทศไทยควบคู่ไปกับการปรับให้โควิด-19 เป็นโรคประจำถิ่น

ซึ่งมีการวางแผนที่จะปรับมาตรการเดินทางเข้าไทย แบ่งออกเป็น 4 ระยะเช่นกัน ได้แก่

ระยะที่ 1 :  ช่วงระหว่างวันที่ 12 มีนาคม  – ต้นเมษายน 2565 (ช่วงโควิดขาขึ้น) จะยังคงใช้มาตรการปัจจุบัน คือ RT-PCR วันแรก และ ATK วันที่ 5 (ยังมี Test&Go และ Thailand Pass )  ส่วนคนที่ยังไม่ได้รับวัคซีนให้กักตัว 10 วัน (กรณีผู้เดินทางติดเชื้อมากกว่า 3%)

ระยะที่ 2 : เมษายน – พฤษภาคม 2565 (ช่วงโควิดสูงสุด) หากฉีดวัคซีนครบเข้าไทยได้เลย ไม่ต้องใช้ผลตรวจ RT-PCR แต่จะต้องตรวจ ATK  ในวันที่ 5 (ยังมี Test&Go และ Thailand Pass ) ส่วนคนที่ไม่ได้รับวัคซีนให้กักตัว 5 วัน  (กรณีผู้เดินทางติดเชื้อ1-3%)

ระยะที่ 3 : ปลายพฤษภาคม  – มิถุนายน 2565 (โควิดลดลง) คนฉีดวัคซีนแล้วเดินทางเข้าไทยได้เลย แต่ผู้เดินทางที่ยังไม่ได้รับวัคซีนจะต้องตรวจ ATK ที่สนามบิน (ยกเลิก Test&Go แต่ยังมี Thailand Pass )  (กรณีผู้เดินทางติดเชื้อน้อยกว่า 1%)

ระยะที่ 4 : ตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน 2565 เป็นต้นไป (โรคติดต่อทั่วไป) จะฉีดหรือไม่ฉีดวัคซีน ก็เข้าไทยได้ปกติ พร้อมยกระดับโรคระบาดนี้เป็นโรคประจำถิ่น

สุดท้ายแล้วต้องรอดูวันที่ 18 เมษายนนี้อีกครั้งว่าที่ประชุมศบค. ชุดใหญ่จะยอมรับแผนนี้มั้ย